PAENG's profileถ้าพี่ต้องการที่จะหนีปัญ...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    February 26

    หลายเรื่องราวกับคำว่า Don*t

    Don't wait for a smile, to be nice.
    อย่ารอคอยให้ได้รับรอยยิ้ม แล้วจึงทำดี

    Don't wait to be loved, to love.
    อย่ารอคอยให้มีคนรัก แล้วจึงมอบความรักให้ผู้อื่น

    Don't wait to be lonely, to recognize the value of a friend.
    อย่ารอคอยจนกลายเป็นคนโดดเดี่ยว แล้วจึงเห็นคุณค่าของเพื่อน

    Don't wait for the best job, to begin to work.
    อย่ารอคอยให้ได้งานที่ดีที่สุด แล้วจึงเริ่มทำงาน

    Don't wait to have a lot, to share a bit.
    อย่ารอคอยให้มีมากๆ แล้วจึงเริ่มแบ่งปันเพียงน้อยนิด

    Don't wait for the fall, to remember the advice.
    อย่ารอคอยจนพบความล้มเหลว แล้วจึงจดจำคำแนะนำของผู้อื่น

    Don't wait for pair, to believe in prayer.
    อย่ารอคอยจนพบเนื้อคู่ แล้วจึงเชื่อในคำอธิษฐาน

    Don't wait to have time, to be able to serve.
    อย่ารอคอยให้มีเวลา แล้วจึงทำประโยชน์

    Don't wait for anybody else pain, to ask for apologies.... neither seperation to make it up.
    อย่ารอคอยให้คนอื่นเจ็บปวดเสียก่อนแล้วจึงขอโทษหรือต้องเลิกคบกันก่อน แล้วจึงหวนมาคืนดี

    Don't wait.......Because you don't know how long it will takes.
    อย่ารอคอย.... เพราะคุณไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานเท่าใด
    December 03

    อย่า....

    ถ้าพี่ต้องการที่จะหนีปัญหา...อย่าหลับตา...อย่าวิ่งหนี....และ...มีชีวิตอยู่ต่อไป....การมีชีวิตอยู่เป็นสิ่งที่ดีกว่าไม่ใช่หรอ

    October 08

    คนดีๆทำไมไม่รัก

    ฉันโง่ใช่ไหม ที่งมงายยอมทนอย่างนี้ เป็นคนดีที่เธอไม่แคร์...
    ตามใจเธอ ไม่เห็นเธอดูแล มีแต่ทำให้ช้ำใจ อยู่ได้ทุกวัน
    ยอมจนลืมศักดิ์ศรี ที่เคยมีมานานแสนนาน
    ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน.....

    ทำอะไรเพื่อเธอได้ทุกอย่าง แต่ว่าเธอไม่ต้องการ
    กลับเบื่อด้วยซ้ำ...
    จะรักทำไมให้เจ็บให้ช้ำ รักทำไมให้เหนื่อยให้ล้า
    อยู่กันไปก็เปลืองเวลา ก็มีแต่ทุกข์ในใจ
    ที่เขาที่ดีๆ ทำไมไม่รัก รักทำไมแต่คนไม่ดี
    จะมัวทนอย่างนี้ทำไมๆ อยู่ จะทนเพื่ออะไร มีแต่เสียใจ....

    เธอมีดีอะไร ถึงต้องคอยให้ความสำคัญ
    ไม่อาจตอบกับใครได้เลย...
    พยายามจะมองหาบางอย่าง
    แต่ไม่เคยพบสักอย่าง ให้ตอบใครๆ

    จะมัวทนอย่างนี้ทำไมๆ อยู่ จะทนเพื่ออะไร มีแต่เสียใจ....
    September 09

    อกหัก

    เธอเคยทำ ให้ฉันยิ้มได้ . . . แต่ . . . ก็ทำให้ฉันร้องไห้ในวันนี้
              เธอเคยบอก  . . .  รักของเรา ทำให้เธอรู้สึกดี
              แต่วันนี้ . . .  เธอกลับบอกลา

              ถามได้ไหม ฉันทำอะไรผิด เธอหยุดคิดก่อน จะตอบว่า . . .
              เมื่อเราคบกัน ผ่านวันเวลา เธอก็เริ่ม เห็นว่า เราไม่เข้ากัน . . .
     
              แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี  . . .เพราะวันนี้กับวันแรกที่คบกัน
              ฉันเป็นยังไง ก็ยังเป็นอย่างนั้น  . . .
              แล้วทำไม เธอเพิ่งมาบอกฉันว่าเรา เข้ากันไม่ได้

              เรามีปัญหาความผูกพัน . . .
              ทำไมเธอเพิ่ง ไม่ชอบนิสัยฉัน ในวันที่ฉัน รักเธอหมดใจ
              ฉันเสียใจมากเลยนะ . . .เพราะไม่เคยคิดมาก่อน ว่าเธอจะทำกันได้
              แต่เอาเถอะ ในเมื่อเธอต้องการจะไป
              ฉันก็คงไม่ยื้อให้เธอลำบากใจ . . . หรอกคนดี

              ฉันรักเธอมากพอ ที่จะปล่อยให้เธอไป . . .
              . . . ค้นหาคนที่ใช่ มากกว่าฉัน
              ต่อแต่นี้เราคงต้องจบกัน  . . . ในเมื่อฉันไม่สำคัญแล้วก็จงไป

    June 20

    เวลาที่เราได้รับรู้ว่า...ใครคนนึงไม่สบายใจ

    เวลาที่เราได้รับรู้มาว่า…ใครคนนึงไม่สบายใจ
    ความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นมามีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น
    “เป็นห่วง” ซึ่งมันจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย
    อยู่ๆมันก็วิ่งขึ้นมา ณ วินาทีที่เราได้รู้ว่า
    จิตใจเค้าได้รับการกระทบกระเทือน

    อยากทำอะไรก็ได้ แค่ให้เค้ารู้สึกดี
    อยากทำอะไรก็ได้ แค่ให้รู้ว่าเค้ายิ้มแล้ว
    อยากทำอะไรก็ได้ ที่จะสามารถแบ่งเบาส่วนนั้นออกมาได้บ้าง

    อะไรก็ตามที่เพื่อนคนนี้ จะสามารถทำเพื่อเธอได้
    รับรองเลยว่าจะไม่ลังเลที่จะทำ จะปฏิบัติ

    ฉันยินดีจะรับฟัง เพราะอย่างน้อยการที่เธอได้ระบายให้ฉันฟัง
    ฉันก็ภูมิใจที่ได้เป็นผู้รับรู้ปัญหา
    แต่ไม่รู้หรอกว่าจะช่วยอะไรได้มั้ย

    อาจไม่มีคำปรึกษา อาจไม่มีความช่วยเหลือ
    แต่สิ่งที่มีให้คือกำลังใจ และรอยยิ้ม
    เพราะฉันจะเป็นที่ว่างให้เธอได้นั่งลงพักผ่อน

    ก่อนที่เธอจะไปสู้กับปัญหานั้นอีกครั้ง ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง
    จะกุมมือเธอไว้เสมอ

    June 19

    ถึง...เธอ

    สบายดีไหม? เราอยาก
    ให้เธอรู้ว่า "คนๆนี้เป็นห่วงเธอ"
    และ "คิดถึงธอมาก" เธออาจ
    จะได้รับความคิดถึงจากคนอื่น
    โดยไม่ได้รับจากเรา
    แต่!เราก็อยากบอกเธอว่า...!
    ไม่ว่าเธอจะได้รับความคิดถึง
    นี้จากใครก็ตาม...? ขอให้เธอจำไว้
    เสอว่า"คนคนนี้
    เห็นว่าเธอเป็นคนสำคัญ
    สำหรับเขาเสมอนะ"
    June 18

    คิดดูนะ

    ภาระคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เมื่อเทียบกับปูเสฉวนตัวเล็กๆ ที่ต้องทนแบกเปลือกหอยหนักกว่าตัวมันถึง 5 เท่า ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
    เพชร คือ ถ่านไม้ที่ถูกกดดันเป็นเวลานานหายล้านปี ถ้าไม่ถูกกดดันก็จะกลายเป็นแค่ซากพืชธรรมดา
    ไข่มุก เป็นมะเร็งของหอยชนิดหนึ่ง อันเกิดจากสิ่งแปลกปลอมเล็ดลอดเข้าไปในตัว แต่มันก็ต่อสู้จนชนะและได้สิ่งที่มีค่ากลับมา
    คนมองโลกแง่ดี มักหัวเราะเพื่อลืมเรื่องเศร้า แต่คนมองโลกแง่ร้ายมักลืมหัวเราะ
    คนมองโลกแง่ร้าย คือ ผู้ที่เห็นความยุ่งยากในทุกโอกาส ขณะที่คนมองโลกแง่ดีจะเห็นโอกาสในทุกความยุ่งยาก
    รองเท้าใหม่ ใครๆก็อยากมีและเสียใจที่ไม่มี จนได้เห็นคนที่ไมแม้กระทั่งเท้า
    อุปสรรค เป็นได้ทั้งยันได้ให้ก้าวขึ้นไปหรือเป็นภูผาที่ขวางกั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะมองมุมไหน
    ความสุขมีมากเพียงไรขึ้นอยู่กับว่า มีควาทุกข์มาเปรียบเทียบมากแค่ไหน
    ไม่ว่าจะเป็นชีวิตใดใด ล้วนแล้วแต่มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่ตัวใหญ่เท่าช้าง หรือชีวิตที่ตัวเล็กเท่าแล็คโตบาซิลัส ก็คือหนึ่งชิวติดเท่าเทียมกัน ล้วนมีคุณค่าต่อการดำรงอยู่ไม่ต่างกัน
    June 05

    ทำไม?

    ทำไม?
    เป็นเพราะอะไร
    คนที่เปลี่ยนไป
    คือฉัน...หรือว่า
    เธอ..........
     
     
    ไม่อยากมองดูใครต่อใครที่มีรัก
    ไม่อยากมองให้มันบาดใจมากไปนัก
    เพราะว่ารักที่มี ไม่เป็นไม่เหมือนอย่างเขา
    มีความรัก ก็เหมือนไม่มี ก็ยังเหงา
    ไม่เข้าใจ ไม่รู้ทำไมต้องเป็นตัวเรา ไม่เคยเข้าใจ....

    ก็มันไม่รู้เพราะเวรกรรมอะไร
    ไม่รู้เพราะอะไร เพราะใคร
    อยากรู้ รู้จริงๆ ให้พอเข้าใจ...
    อยากมีความรักที่เหมือนใครต่อใคร
    อยากรักแล้วไม่ต้องทุกข์ใจ
    น้อยใจตัวเอง....จะไปโทษใคร

    เป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างเดิมอยู่อย่างนั้น
    มีเธอแล้วก็ไม่ต่างกันจากวันไหน
    ไม่อุ่นใจ ไม่เป็นอย่างเคยฝันไว้...สักครั้ง
    มีความรักกับเขาสักทีต้องผิดหวัง
    มันเหนื่อยใจ ต้องฝืนต้องทนเห็นความแตกต่าง
    ไม่เคยสมหวังเหมือนใคร
    May 30

    “รัก” มีค่ากับเรามากแค่ไหน?

    เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่า ..... คนที่ร้องไห้ให้กับ "ความรัก" ช่างเป็นคนที่โง่
    แค่คน คนเดียวเนี้ยเหรอที่ จะมีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้เรา "ร้องไห้"

    ฉันเคยคิดว่า ..... ความรักทำให้คน โง่ จริง ๆ ที่มองไม่เห็นความชั่วร้ายของเค้า
    ฉันเคยคิดว่า ..... ความรักคือ การหลอกลวง เพื่อหวังอะไรสักอย่าง

    ฉันเคยคิดว่า ..... ไม่มีวันซะหรอกที่ฉันจะร้องไห้ให้กับความรัก
    ฉันเคยคิดว่า ..... ความรักเป็นเรื่องไร้สาระ

    ฉันเคยคิดว่า ..... การมีความรัก ทำให้เราต้องมีภาระมากมาย
    ฉันเคยคิดว่า ..... ความรักมันมีอะไรดีนัก ทำไมใคร ๆ จึงใฝ่หา

    แต่พอฉันได้มารู้จักกับคน คนหนึ่ง ....
    เขาทำให้ฉันรู้จักคำว่า “รัก” มากขึ้น

    “รัก” มันมีอะไรมากกว่าที่เราคิดไว้
    มันสามารถทำให้เราเป็นคนอ่อนไหวได้
    ทำให้เรา มีความสุข ที่ได้อยู่ใกล้ ๆ เค้า
    ทำให้เรามีกำลังใจ ทำให้เรามีเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง
    ทำให้เรากลายเป็นคนโง่เหมือนที่เราคิดไว้

    ... เพราะอะไรนะเหรอ
    ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่า ทำไม ...
    บางทีเรายอมที่จะโง่ทั้ง ๆ ที่เราก็รู้อยู่ ว่าเค้าหลอกเรา
    แต่เราก็ไม่ทำอะไร เพราะเรากลัว ว่ารัก นั้นจะจบลง

    เรากลัว ที่จะไม่มี เค้าอยู่เคียงข้าง
    เรากลัวว่ารักนั้นจากเราไปเมื่อไหร่
    เพราะถ้ารักจากไป...มันจะทำให้เรา กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
    ไม่มีกระจิต กระใจ จะทำอะไรได้...

    และแล้วฉันก็เข้าใจรักมากขึ้น
    เมื่อวันหนึ่ง...ฉันนั่งร้องไห้อยู่ในมุมๆ หนึ่งของห้อง
    ไม่เป็นอันจะทำอะไร เรียนหนังสือก็ไม่รู้เรื่อง
    งานที่ทำออกมาก็ทำออกมาได้ไม่ดี …
    เพื่อน ๆ มาปลอบก็ไม่ทำให้จิตใจฉันดีขึ้น ....

    ฉันได้แต่นั่งคิดถึง คำพูดเก่าๆ ที่ผ่านมา
    จากที่ฉันคิดไว้ว่า ไม่มีวันซะหรอกที่ฉันจะร้องไห้เพราะความรัก
    แต่มันก็ทำให้ฉันร้องไห้ฟูมฟายได้เป็นหลายวัน เหมือนกัน
    จากที่คิดว่ารักเป็นเรื่องไร้สาระ ...
    แต่มันกลับให้ฉันเห็นคุณค่าของความรักมากขึ้น

    จากที่คิดว่าความรักมันมีอะไรดีนัก ทำไมใคร ๆ จึงใฝ่หา
    ขณะนี้ฉันได้รู้แล้วว่าทำไมทุกคนจึงอยากมีรัก…
    และฉันก็รู้ว่าความรักมันมีอิทธิพล กับ คนเรา
    ก็ต่อเมื่อฉันได้เจอกับตัวเองแล้วจริง ๆ …

    ใครว่า ฉันลืมเธอได้

    จะผ่านไปนานสักเท่าไหร่
    จะเปลี่ยนไปสักเพียงใด

    ใจของฉันยังคงเดิม


    ฉันจะทำอย่างไร....เมื่อใจนี้มีเพียงเธอเท่านั้น
    แม้กี่เดือนกี่คืนวันที่ผันผ่าน.......

    ทรมาน.....แสนปวดร้าวและทรมาน......
    ฉันได้แต่คิดถึงเธอ....ฉันได้แต่พยายามลืมเธอ

    เมื่อฉันคิดถึงเธอน้อยลง......ฝันถึงเธอน้อยลง
    ....ทำไมเธอต้องย้อนกลับมา...
    กลับมาย้ำความทรงจำและความรู้สึกเดิม ๆ
    ทำให้ฉันต้องกลับมาปวดร้าวและเริ่มต้องพยายามใหม่ทุกครั้ง....

    ฉันเหนื่อย....เหนื่อยเหลือเกิน
    ทุกครั้งที่ได้เจอเธอ.... เราเป็นเพื่อนกัน...เท่านั้น
    ฉันได้แต่พยายามอยู่ห่างเธอ.....ห่างเธอ....

    ทั้งที่เพียงเอื้อมมือออกไป...ฉันสามารถสัมผัสเธอ...ร่างกายของเธอ
    ...ทำไม่ได้...ใจของฉันไม่สามารถทำได้..
    .เมื่อใจของเธอมีเค้าอยู่

    ฉันเหนื่อยเหลือเกินทุกครั้งที่เจอกัน.....
    ยิ่งย้ำเตือนความห่างเหินของเรา...
    ฉันต้องเป็นคนที่มองเธอหันหลังจากไปอย่างไม่ใยดี......
    ยิ่งย้ำเตือนให้ฉันกล่าวคำร่ำลาอยู่เพียงในใจ....

    วันนี้หรือวันไหน....ที่ฉันจะลืมเธอได้...
    ยิ่งพยายามฉันกลับยิ่งเดินถลำเข้าไป....ไม่มีทางออก

    ฉันเหนื่อย....เหนื่อยเหลือเกิน
    ทั้งเหงา โดดเดี่ยวและหวาดกลัว.......

    ภายนอกฉันอาจดูแข็งแกร่ง....
    ภายนอกฉันอาจเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง....
    ภายนอกฉันอาจดูเหมือนไม่ต้องการใคร....

    ไม่เลย....ฉันต้องการเธอ....ฉันไม่อาจลืมเธอ

    ก็แค่...คิดถึง

    เดินทางมาไกลแสนไกล
    ได้มาพบหน้าเธอในวันนี้
    ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก...จะบอกไว้หากอยากรู้
    ฉันตั้งใจมาพบ...ให้หายคิดถึง
    ตั้งใจมาเจอหน้า...ให้ใจมันพอมีแรงไปต่อ
    ก็เท่านั้น...

    อย่าเพิ่งทำหน้าอึดอัดอย่างนั้น
    ไม่ต้องแสดงท่าทีลำบากใจแบบนี้
    เพราะฉันแค่แวะมา...ในฐานะคนคุ้นเคย
    ไม่สิ...เคยคุ้น...มากกว่า

    ฉันรู้ว่าวันนี้เธอมีใครอีกคน
    ความจริงก็รู้มา...ตั้งแต่วันนั้นแล้วล่ะ
    วันที่เธอมาบอกลา...ยุติเรื่องราวระหว่างเรา
    คนสองคน...ที่เคยเข้าใจกัน
    ก็แค่เคย...

    เพราะวันนี้เธอคงไม่เข้าใจฉัน
    แต่อยากจะบอกว่าฉันยังเข้าใจเธอ...เสมอ...
    เข้าใจถึงเขาคนนั้นของเธอด้วย
    ว่า...ไม่สบายใจ
    ที่ฉันคนนี้มาให้เห็นหน้า

    แต่อย่ากังวลไปเลยนะ
    ฉันจะรีบไปตามทาง...ที่ควรไป

    ที่มาหา...เพราะความทรงจำมันเริ่มเลือน
    ถึงจะเจ็บช้ำ...เป็นแผลลึกที่เลือดยังไหลซิบมาจนทุกวันนี้
    แต่ก็ยังอยากเก็บเอาไว้...
    เพราะเรื่องในอดีตมันสวยงาม
    ...เกินกว่าจะตัดใจลืมได้

    ดังนั้นฉันจึงเลือกจะเก็บมันไว้...ไม่ได้เอาเป็นบทเรียน
    แต่เผื่อในวันที่เหงา...จะได้ยิ้มได้
    ว่าฉันเคยมีคืนวันที่ดี...ร่วมกับใครคนหนึ่งมาแล้ว

    ไม่รู้ทำไม...
    พอพบหน้าเธอดูเหมือนความทรงจำที่ลางเลือน
    กลับแจ่มชัดขึ้นมาจนน่ากลัว
    ...กลัวใจตัวเอง...

    ขอบคุณที่ให้เวลา...ยอมมาพบหน้า
    ไม่หลบตา...ด้วยซ้ำ
    ฉันดีใจที่คน ๆ ที่ฉันเคยเลือก
    ไม่เป็นแบบใคร ๆ...
    ที่มักจะเย็นชาใส่คนเคยคุ้น
    ขอบคุณ...จากใจ
    เพราะฉันก็แค่...คิดถึง
    ไปล่ะนะ...

    "ความรัก" กับ "ความอดทน"...ทางเลือกที่ดีที่สุดคืออะไร

    “ความรัก”...กับ... “ความอดทน”...มักจะมาคู่กันเสมอ
    ถ้ามีความรัก...ความอดทนก็จะมี
    ยิ่งรักมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องอดทนเพิ่มขึ้น
    แต่ถ้าต้องมีความอดทน...ความรักก็เริ่มถอยหลังทีละนิด ทีละนิด

    "ความรักไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ
    ความอดทนก็ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวเหมือนกัน"

    แต่เมื่อใด.......ที่ รู้สึกว่า ความรักจืดจาง...
    ความอดทนที่เคยมีก็มลายหายไปพร้อมๆ กัน
    ความรู้สึกดีๆ ที่เรียกว่ารักก็จะไปด้วย
    ต่อให้ทำดีแค่ไหน ความรักก็ไม่กลับคืนมา
    ในเมื่อ ทั้ง "ความรัก" และ "ความอดทน" หมดไป

    และถ้าเมื่อใด........ที่มีจำเป็นต้องจาก ทั้งๆ ที่ยังรัก
    เพราะ “ความอดทน” กำลังจะหมด
    มันยากที่จะเก็บซ้อน “ความเจ็บ” เอาไว้
    แต่ไม่ยากที่จะเก็บซ้อนความอดทนไว้ภายใน.........
    เพราะ...ถ้าเลือกที่จะรักต่อไป
    ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บมากขึ้น

    ทางเลือกที่ดีที่สุด...อาจไม่สวยงามนัก
    แต่จากกันตอนยังรัก...ดีกว่าเกลียดกันแล้วค่อยจาก
    การลาจากในวันนี้...อาจทำให้เข้มแข็งและพร้อมจะมี...
    รักครั้งใหม่ที่สดใสกว่าเดิมก็ได้ ...มิใช่หรือ...

    ทำไมคนเราต้องมีความรัก...

    ทำไมคนเราต้องมีความรัก...
    ....ก็เพราะว่าเราทุกคนล้วนมีหัวใจ

    ทำไมคนเราจึงต้องโหยหาความรักอยู่ตลอดเวลา...
    ....ก็เพราะเราต้องการใครสักคนมาช่วยเราดูแลหัวใจของเรา

    ทำไมคนเราถึงไม่เคยพอกับความรัก...
    ....ก็เพราะว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อรักใครคนเดียว

    ทำไมคนบางคนถึงไม่เคยพบกับความรักสักที...
    ....ก็เพราะว่าเขาไม่เคยเปิดใจตัวเองให้ใคร

    ทำไมคนบางคนไม่เคยเปิดใจตัวเองให้ใคร...
    ....ก็เพราะว่าเขาอาจจะกำลังรอใครสักคนอยู่

    ทำไมคนบางคนถึงต้องอกหักอยู่บ่อย...
    ....ก็เพราะว่าเขาปล่อยใจตัวเองตกหลุมรักอยู่ตลอดเวลา

    ไม่ต้องเสียใจที่เขาไม่รักเรา...
    ....เพราะเราและเขาอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อรักกัน

    ทำไมคนบางคนไม่เคยสมหวังกับความรัก...
    ....ก็เพราะว่าเขาอาจจะยังไม่เจอคู่แท้ของเขา

    ทำไมคนบางคนยังไม่พบคู่แท้ของเขา...
    ....ก็เพราะว่าเขาอาจจะไม่เคยตามหาเลยก็ได้

    ทำไมเราควรจะทำตัวเราให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา...
    ....ก็เพราะว่าเราไม่รู้ว่าจะได้เจอคนที่ถูกใจเมื่อไร

    ไม่ต้องเสียใจที่เรายังไม่เจอคนที่เรารัก...
    ....เพราะว่าเมื่อเราเจอเขาคนนั้นเมื่อไร เราจะรู้ว่ามันคุ้มค่ามากแค่ไหนกับเวลาที่เรารอคอย

    จงทะนุถนอมหัวใจของเราไว้ให้ดี...
    ....เพราะว่าเมื่อเราเจอคนที่ใช่ จะได้มอบมันให้เขาด้วยความภูมิใจ

    อย่าปล่อยให้โชคชะตาลิขิตชีวิตเราทั้งหมด...
    ....แต่จงใช้มันเป็นเครื่องนำทางในการดำเนินชีวิต

    โชคชะตาสามารถทำให้เราพบคนที่ถูกใจ...
    ....แต่ตัวเราเองเท่านั้นที่สามารถทำให้เขาคนนั้นรักเรา

    เรียนรู้ที่จะรัก และอกหักให้เป็น

    สองสิ่งที่ทำให้เราฟังเพลงแล้วมีความสุขเหมือนกัน คือเวลามีความรักกับเวลาอกหัก

    ยามที่มีความรักโลกเป็นสีชมพู่ ฟังเพลงอะไรก็เพราะไปหมด แต่ตอนอกหักเวลาฟังเพลงโดนใจ เราอาจสุขแบบเจ็บ ๆ เป็นเหตุให้หายคนอยากตกอยู่แต่ห้วงของความรักอย่างเดียว แต่แหม...ถ้ารู้จักแต่รัก ชีวิตมันก็ไม่มีรสชาติ การอกหักรักคุดในช่วงวัยรุ่น เป็นการเรียนรู้ชีวิตอย่างหนึ่ง เพื่อเราจะได้เป็นคนที่รู้จักความรัก และก็รู้จักอกหักให้เป็นด้วย

    รู้จักทั้งความรัก และมิตรภาพ

    สิ่งที่ได้ในรั้วโรงเรียน นอกจากความรู้ที่จะทำไปต่อสู้ฟาดฟัน หาโอกาสให้ชีวิตเพื่อทำดีขึ้นแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ความรักกับมิตรภาพจะเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปจนโตเพื่อนในวัยเยาว์จะจริงจังยั่งยืนกว่าในโรงเรียนจึงเป็นแหล่งร่วมเพื่อนแท้ชั้นดี ที่เราต้องรู้จักเสาะแสวงหามาเองใน

    ขณะที่ความรักในรั้วโรงเรียนกลับเป็นสิ่งที่ฉาบฉวยที่สุดแต่ในมุมมองของเด็ก ๆ วัยรุ่นจะเห็นว่ามันสำคัญที่สุด เด็กหลายคนจึงมุ่งหาความรักแทนที่จะมุ่งรักษามิตรภาพ ทำให้หลายคนเรียนจบมาด้วยสถานภาพคลอนแคลน เรียกว่าพอกเรียนจบต่างกันก็ไม่มองหน้ากันไปกันเลย เพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆในวัยเยาว์

    อย่ามัวมองหาแฟนอย่างเดียว เล็งเพื่อนดี ๆ ไว้สักฝูงรับรองไม่เสียหาย

    รักเต็มที่แต่ไม่มีความคาดหวัง

    เมื่อเจอกิ๊กที่ถูกใจในรั้วโรงเรียน เธอต้องจำให้ขึ้นใจ จากวันนี้เธอกับเขาต้องจากกัน ไม่ได้คบใกล้ชิดกันตลอดแน่ เว้นแต่ว่าพอเรียนจบมัธยมปลายแล้วเธอกับเขาจะพากันไปรับจ้างในโรงงาน ไม่เรียนหนังสือหนังหาพากันไปกัดก้อนเกลือกินนั่นแหล่ะ แต่ถ้าไม่อยากลำบาก ทั้งเธอและเขาต่างก็ต้องไปเรียนต่อ สี่ปีในมหาวิทยาลัยทำให้อะไรเปลี่ยนแปลงได้หมด ไม่ว่าเธอว่าเขา

    ดังนั้นเวลาที่เหลือในโรงเรียนจงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอย่าหน้ามืดตามัวหมกมุ่นเรื่องนี้จนเสียการเรียน ต่อไปในอนาคตถ้าทุกอย่างยังเหมือนเดิม เธอและเขาจะภูมิใจในเส้นทางความรัก ที่เดินร่วมกันมายาวนาน

    เรื่องมือที่สาม ห้ามไม่ได้

    เมื่อมีแฟนในวัยรุ่น อย่าคาดหวังว่าเขาจะต้องรักเธอคนเดียว มีเธอคนเดียว พอไม่ได้ก็เสียใจฟูมฟาย จงรู้ไว้เลยว่า ทั้งเธอและเขาต่างก็เป็นเด็กเป็นวัยรุ่น รักง่ายหน่ายเร็ว มีสติยั้งคิดน้อย คนเราก็ย่อมหวั่นไหวได้ง่าย ๆ แต่เจอคนดีกว่า สวยกว่าหล่อกว่า ใจก็ไปแล้ว เรื่องมือที่สามในความรักแบบวัยรุ่นไม่ใช้ความผิดของใคร ไม่ว่าเรา เขา หรือมือที่สามคนนั้น ในความเป็นเด็กทุนคนขาดวิจารณญาณ ย่อมทำผิดพรากด้วยกันทั้งนั้น

    เมื่อรักกันแล้วคบกันแล้ว จงทำวันนี้ให้ดีที่สุด เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ถ้ามันไม่ดีแล้วเธอจะได้ไม่เสียใจ เพราะทำทุกย่างดีที่สุดแล้ว ที่สำคัญคนที่เป็นมือที่สามนั้น เขาก็กำลังเรียนรู้ชีวิตในแบบของเขาอยู่ นาทีนี้เราต่างเรียนรู้ในเส้นทางของใครของมัน

    ดังนั้นเมื่อมีแฟนในโรงเรียน รักได้ แต่อย่าคาดหวัง ให้คิดไว้ก่อนว่า เราไม่ใช่เจ้าของกันและกัน แต่วันนี้เราแบ่งบันความหวังดีให้กันเท่านั้น

    เมื่อเลิกรา...ต้องอกหักให้เป็น

    เมื่อความสัมพันธ์มาถึงการเลิกรา อย่าคิดว่าเสียเวลาหรือไม่มีประโยชน์ ความเสียใจอย่างสุดซึ้งจากการอกหัก จะทำให้เรามีแรงมีพลังไว้แบกรักความผิดหวังทั้งมวลในโลกนี้ ที่จะถาโถมเข้ามาในอนาคต

    ต่อไปเธอจะเริ่มรู้จักคุณค่าของตัวเอง และมีสติในการเลือกใครเข้ามาในชีวิตมากขึ้น เพราะเธอรู้แล้วว่า ความรักมันรู้สึกอย่างไร ความเจ็บเป็นแบบไหน เราจะไม่ทุรนทุรายโหยหา อยากมีแฟน หรือคบใครแค่ให้ขึ้นชื่อว่ามีแฟนเป็นของตัวเองอีกแล้ว พอถึงวันวาเลนไทน์ แม้ไม่มีใครเคียงข้าง สองมือเราจะโอบกอดตัวเองได้อุ่นอย่างมีความสุขที่สุด

    เราจะมองความรักเห็นอีกระดับหนึ่ง เมื่อโตขึ้นเธอจะซาบซึ้งเมื่อได้สัมผัสกับความรักในอีกแบบ ที่ใช้ความรู้สึกรับรู้ล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติ ไม่เกี่ยวกับความสวยความหล่อนั่นก็คือคุณค่าของคำว่ารักจากใจล้วน ๆในวันนั้นเธอจะหันไปขอบคุณความรักในวัยเยาว์ที่ทำให้เราฟูมฟายแทบตายนั่นแหละ

    ให้โอกาสหัวใจได้ลองดู

    ถ้าวันนี้เธอต้องรับใครเข้ามา...

    ที่เคยมีน้ำตา........ฉันก็อยากให้เธอลืม
    ที่เคยเสียใจปวดร้าว.....ฉันก็อยากให้เธอเก็บไว้ในลิ้นชักของอดีต
    เพราะฉันรู้....ยังไงเธอก็ไม่มีวันลืมความเจ็บช้ำนั้นได้หรอก....
    ฉันจึงให้เธอเก็บไว้มากกว่า "ฝืนใจให้ลืม"
    วันนี้....ถ้ามีใครมาเคาะประตูหัวใจของเธอ
    อยากให้เธอกล้าที่จะเปิดรับคน-คนนั้น...

    อย่าให้อดีตเปรียบเสมือนแม่กุญแจ...ที่ล็อคเธอไว้...
    ให้นั่งอยู่ข้างในเพียงคนเดียว....อีกทั้งยังไม่ยอมที่จะรับใครเข้ามานั่งเป็นเพื่อน...

    ผ่อนปรนความรู้สึกของตัวเอง.....ให้มีความยืดหยุ่น...
    การเปิดรับใครอีกคนเข้ามา....
    ไม่ได้หมายความว่า....เราจะต้องเจ็บซ้ำอีกครั้ง...

    แต่ถ้าเผอิญ.....
    เผอิญเธอต้องเจ็บในการตัดสินใจครั้งนี้อีก...
    ไม่ต้องกลัวนะ...
    มาหาฉันได้เสมอ....
    ฉันจะให้ไหล่เธอพิง...
    ฉันจะให้ 2 แขน โอบกอด....
    ฉันจะคอยซับน้ำตาเธอด้วยความรัก...
    ฉันจะปลอบประโลมด้วยความห่วงใย...

    ฉันพร้อมจะยืนเคียงข้างเธอ...
    โดยเฉพาะเวลาที่เธอไม่มีใคร.....

    ......

    เรียนรู้เขาคนนั้น.....ไปในแต่ละวัน....
    อย่างน้อยเราก็ได้เพื่อนเพิ่มเข้ามาในชีวิตอีก 1 คน

    หากไม่สามารถมอบความรักแบบ "คนของใจ" ให้แก่เขาได้...
    ก็อย่าฝืน....

    ถ้ามันไม่ได้......ทั้งเราและเขา "ก็รู้กัน"
    และความรักแบบเพื่อนมิตร.......ก็จะยังคงอยู่....
    ไม่ง่ายที่จะรู้จักใครสักคนอย่างคุ้นเคย...
    เพราะต่างต้องใช้เวลาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน...

    เริ่มคบ...เริ่มเรียนรู้...ไม่ได้หมายความว่า
    เธอจะต้องรักเขาเลยทันที....

    คงความเป็นตัวเองไว้....
    อย่างที่เป็นอยู่ทุกวัน......
    แล้วทั้งเราและเขาจะรู้คำตอบ...
    "ว่าเราสามารถไปด้วยกันได้ดีหรือไม่"

    เวลาเปลี่ยนแปลงความรู้สึกกันได้...
    ก็น่าจะให้ "หัวใจของเรา" ได้ลองดู....

    9 ประโยคหวานที่ผู้หญิงชอบฟัง

          อันดับ 9 : วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้างครับ เมื่อเอ่ยปากถามทุกข์สุขของผู้หญิง สิ่งที่เธอจะตีความก็คือ คนถามช่างน่ารัก รู้จักใส่ใจในความทุกข์ร้อนของผู้อื่น

    ทำไมคำพูดนี้จึงทำให้คุณดูดี: เพราะทำให้คุณดูเป็นหนุ่มที่เต็มใจรับฟังความรู้สึกและปัญหาของเธอในเบื้องต้น

    อันดับ 8 : คุณดูเซ็กซี่มากจริงๆ ครับ นี่คือการบอกใบ้ว่าคุณตกหลุมเสน่ห์ และเริ่มสนใจในตัวเธอ

    ทำไมคำพูดนี้จึงทำให้คุณดูดี: มักให้ผลเลิศสำหรับคู่รักที่รักกันมานาน เพราะเท่ากับคุณได้ตอกย้ำให้เธอมั่นใจว่าเธอยังดูสวยเซ็กซี่

    อันดับ 7 : คุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับ...(คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ สถานการณ์)... เท่ากับคุณกำลังบอกเธอเป็นนัยๆ ว่า คุณสนใจในความรู้สึกของเธออย่างจริงจัง

    ทำไมคำพูดนี้จึงทำให้คุณดูดี: เพราะแสดงถึงด้านความเห็นอกเห็นใจที่คุณมี ผู้หญิงจะรู้สึกว่าคุณทุ่มเทความสนใจในตัวเธอ

    อันดับ 6 : คุณฉลาดมากๆ สามารถตีความได้ว่าคุณจดจำความสามารถของเธอได้พอๆ กับความสวยของเธอ

    ทำไมคำพูดนี้จึงทำให้คุณดูดี: ผู้หญิงจะประทับใจที่คุณรู้จักสังเกตสตรีเพศเหนือจากระดับทรวงอกพวกเธอขึ้นไป

    อันดับ 5 : เรื่องบนเตียง...คุณยอดเยี่ยมมากเลยครับ การชมเชย “เรื่องบนเตียง”ของภรรยา มักทำให้ศรีภรรยารู้สึกเหมือนเป็นเทพธิดา และยังอาจทำให้เธอกล้าบนเตียงในสิ่งที่ไม่เคยกล้าได้อีกด้วย

    ทำไมคำพูดนี้จึงทำให้คุณดูดี: ก็เพราะคุณรู้จักพูดชมเชย-ยกย่องภรรยานั่นเอง

    อันดับ 4 : ผมต้องการใช้ชีวิตร่วมกับคุณ นี่เป็นคำพูดที่ลึกซึ้งกินใจและมีความหมายสำคัญมากเหนือกว่าคำพูดยกย่องชมเชยอื่นๆ ถ้ามีใจตรงกัน ผู้หญิงที่ได้ยินคำพูดนี้จะดีใจสุดๆ

    ทำไมคำพูดนี้จึงทำให้คุณดูดี: ผู้หญิงทุกคนอยากฟังคำมั่นสัญญารักอมตะจากชายคนรัก

    อันดับ 3 : คุณคือเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับผม คุณกำลังบอกความรู้สึกที่คุณมีต่อเธอนอกเหนือจากความสัมพันธ์ทางเพศ ซึ่งหมายถึง “มิตรภาพ” ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายคนอื่น ให้ความสนใจ

    ทำไมคำพูดนี้จึงทำให้คุณดูดี: ความหมายของ “มิตรภาพ” จะทำให้คุณต่างจากผู้ชายคนอื่นๆ ขึ้นมาทันที

    อันดับ 2 : คุณจะต้องเป็นแม่ที่ดีได้อย่างแน่นอน ผู้หญิงส่วนใหญ่อยากมีบุตรในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า ดังนั้นคำพูดนี้จึงช่วยสร้างความมั่นใจว่าเธอจะมีวันนั้น ยิ่งเป็นคำพูดที่มาจากชายคนที่เธอรัก ยิ่งทำให้เธอมีความสุขที่สุด

    ทำไมคำพูดนี้จึงทำให้คุณดูดี: คุณยืนยันทางอ้อมว่าอยากมีบุตรกับเธอ

    อันดับ 1 : คุณทำให้ชีวิตผมสมบูรณ์แบบ ผู้หญิงทุกคนต้องการได้ยินคำพูดลักษณะนี้จากชายคนที่เธอรัก ซึ่งหมายความว่าคุณยอมรับในตัวเธอในทุกด้าน เธอมีความสำคัญ เป็นส่วนผสมที่ขาดไม่ได้ในชีวิต คำพูดนี้จะทำให้เธอปลื้มปิติและยิ้มสบายใจไปหลายวัน

    ทำไมคำพูดนี้จึงทำให้คุณดูดี: ความหมายพื้นฐานของคำพูดประโยคนี้คือ ชีวิตของคุณต้องการเธอและอยู่โดยไม่มีเธอไม่ได้ จับใจผู้หญิงที่ได้ฟังยิ่งนัก

    ถ้อยคำเกียรติยศ "ผมรักคุณ" คำสั้นๆ ที่เรียงกันสามคำนี้ มีความสำคัญมากและทำให้มีผลอย่างจริงจัง ถ้าคุณเป็นคนรักที่ร่วมชีวิตกันมานาน คำสามคำนี้ พูดให้ได้ยินกันบ่อยๆ ยิ่งดี

    ทำไมจะต้องวิ่งตามคนที่เรารัก?

    หากเราหาเหตุผลให้กับตัวเอง
    ว่าทำไมเราถึงรักคนๆ นี้นัก
    แล้วเหตุผลที่ได้ มีแค่เพียง. . .รักเพราะรัก

    ฟังดูอาจเลื่อนลอยไร้จุดหมายเกินไป
    แต่สำหรับคนที่รักกัน เหตุผลเพียงแค่นี้
    ก็เพียงพอที่จะสานต่อความรักให้อยู่ต่อไป

    แต่กับคนที่เรารักเขา แล้วเขาไม่รักเรา
    ไม่เคยจะมองเห็นแม้แต่คุณค่าในตัวเรา
    ต่อให้เราหยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้เขาเพียงไหน
    หรือให้เหตุผลมากมายในคำว่ารักที่เรามีให้
    เขาก็คงมองไม่เห็นมันเหมือนกัน

    และกับคนประเภทนี้ ยิ่งเราเรียกร้องมากแค่ไหน
    ก็จะยิ่งสร้างความเหนื่อยใจให้กับเราเท่านั้น

    ถ้าคุณมีความสุขกับมันก็ดีไป
    แต่สุข. . .แล้วเหนื่อยใจก็น่าคิดเหมือนกัน

    คนเราเหนื่อยแล้วก็ต้องพัก
    ต้องหาทางออกที่ทำให้เราดีขึ้น
    กับเรื่องของความรักก็เช่นกัน
    เมื่อเราต้องเหนื่อยล้าเพราะมัน
    คงต้องพักซะบ้าง

    ลองหยุดวิ่งตามเขาซักครั้ง
    แล้วมาเดิน(แค่เดิน) ตามตัวเองดูสักหน
    คุณอาจรู้สึกดีกว่าการต้องวิ่งตามใครคนนั้น
    อย่างน้อยๆ คุณจะพบว่า . .
    การเรียนรู้ที่จะรักตัวเองนั้นไม่ทำให้เราเหนื่อยใจเลย
    May 27

    เรื่องฮาฮา...ของนักศึกษาชาย

    นักศึกษาชายชาวอเมริกัน 3 คน เดินทางไปเที่ยวที่แม็กซิโก
    ในคืนวันหนึ่งทั้ง 3 คน ดื่มเหล้าในบาร์หนักไปหน่อย
    พอตอนเช้า ก็พบว่าทั้ง 3 คน ติดอยู่ในคุกและโดนตัดสินประหารชีวิตไปเรียบร้อย
    แต่ทั้ง 3 คนไม่มีใครจำได้ว่าไปทำอะไรมาบ้างเนื่องจากเมามาก
    เลยเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด พอถึงวันประหาร

    1. นักศึกษาคนแรก
    ถูกนำเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ไฟฟ้า เขาก็พูดสั่งเสียออกมาว่า \"ผมเป็นนักศึกษาจาก
    มหาวิทยาลัยแถบแกรนด์แคนยอน ผมเชื่อในพลังของพระเจ้าและเชื่อว่าพระเจ้า
    จะเข้าข้างผู้บริสุทธิ์\" พอสิ้นเสียงเจ้าหน้าที่ก็สับสวิทช์เก้าอี้ไฟฟ้า ปรากฎว่าไม่มี
    อะไรเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เลยเชื่อว่าพระเจ้าไม่ต้องการให้นักศึกษาคนนี้ตายจึงปล่อยตัวไป

    2. เสร็จแล้วนักศึกษาคนที่สอง ก็ถูกนำมานั่งเก้าอี้ไฟฟ้า แต่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสับสวิทช์ไฟ นักศึกษาคนที่ 2 ก็กล่าวมาว่า
    \"ผมเป็นนักศึกษากฏหมายอยู่ที่ มหาวิทยาลัยอริโซน่า
    ผมเชื่อว่ากฏหมายอันศักดิสิทธิ์จะเข้าข้างผู้บริสุทธิ์เสมอ\" พูดจบเจ้าหน้าที่ก็สับสวิทช์ทันที
    ปรากฏว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากฏหมายอันศักดิสิทธิ์ไม่ต้องการให้ชายผู้นี้ตายก็
    เลยยอมปล่อยตัวไป

    3. หลังจากนั้นมาถึง นักศึกษาคนที่ 3 ถูกนำมานั่งเก้าอี้ไฟฟ้าเขาก็กล่าวว่า \"ผมเป็นนักศึกษา วิศวะไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัย
    (ขอสงวนสิทธิ์ไม่เอ่ยนามสถาบัน 5555 ) และผมจะขอบอกพวกคุณ ว่าถ้าพวกคุณไม่ต่อสายไฟ 2 เส้นที่ขาดอยู่นั้นเข้าด้วยกัน
    ***เก้าอี้ไฟฟ้าตัวนี้ก็จะไม่มีวันใช้การได้\"

    หลังจากนั้นอีก 5 นาที วิญญานของนักศึกษาคนที่ 3 ก็ไปสู่สุขคติ

    รักเค้ามากแค่ไหน?

    เริ่มกันเลยนะคะ
    >>
    >>1.ถ้าคุณกำลังจะไปบ้านคนรัก และมีถนนที่จะไปถึงบ้านคนรักของคุณ 2 สาย
    >>โดยที่เส้นหนึ่งเป็นถนนสายตรงที่จะพาคุณไปถึงในเวลาอันรวดเร็ว
    >>ส่วนถนนอีกเส้นนั้นอาจจะดูไกล แต่ระหว่างทางก็มีอะไรให้ดูมากกว่า
    >>คุณจะเลือกไปทางไหนดี
    >>
    >>2.หากทางที่คุณเลือกเดินมีกุหลาบ 2 อยู่ 2 กอ กอหนึ่งมีดอกสีแดง
    >>ส่วนอีกกอเป็นสีขาว ถ้าคุณตัดสินใจจะเก็บดอกไม้ไปฝากเขาซัก 20 ดอก
    >>คุณจะเลือกดอกไม้สีอะไร อย่างละกี่ดอก หรือคุณจะเลือกสีเดียวก็ได้
    >>
    >>3.เมื่อคุณไปถึงบ้านเขาแล้ว ปรากฎว่าเป็นคนอื่นมาเปิดประตูให้
    >>คุณจะขอให้เขาไปตามคนรักของคุณมา หรือจะเดินเข้าไปในบ้านแล้วตามหาเขาเอง.
    >>
    >>4.คุณมีโอกาสไปห้องของคนรักของคุณ แต่คนรักของคุณไม่อยู่ในห้อง
    >>คุณจะวางกุหลาบไว้ที่ไหนดี ขอบหน้าต่างหรือบนเตียง
    >>
    >>5.หากคุณต้องค้างคืนที่บ้านคนรัก โดยแยกกันนอนคนละห้อง
    >>เมื่อคุณตื่นขึ้นมาตอนเช้า แล้วเดินไปดูที่ห้องแฟนคุณ
    >>คุณคิดว่าคุณอยากจะเจอเขาเวลาที่เขาตื่นหรือหลับอยู่
    >>
    >>6.เมื่อได้เวลาที่จะต้องกลับบ้าน คุณจะเลือกกลับทางที่ใกล้และไม่มีอะไรให้ดู
    >>หรือจะกลับในทางที่ไกล แต่มีอะไรชวนมอง
    >>
    >>*
    >>**
    >>***
    >>****
    >>*****
    >>******
    >>*******
    >>********
    >>*********
    >>**********
    >>***********
    >>************
    >>*************
    >>**************
    >>***************
    >>****************
    >>*****************
    >>******************
    เฉลยนะจ้า
    >>*****************
    >>****************
    >>***************
    >>**************
    >>*************
    >>************
    >>***********
    >>**********
    >>*********
    >>********
    >>*******
    >>******
    >>*****
    >>****
    >>***
    >>**
    >>*
    >>ผลลัพธ์ความเป็นตัวคุณ
    >>
    >>1.ถนนที่คุณเลือกนั้นจะช่วยแสดงให้คุณรู้ว่าคุณมีทัศนคติต่อความรักอย่างไร
    >>ถ้าคุณเลือกถนนสายที่สั้น แสดงว่าคุณเป็นคนที่ตกหลุมรักคนง่าย
    >>แต่ถ้าคุณเลือกถนนสายที่ไกลกว่า แสดงว่าคุณจะใช้เวลากับความรัก
    >>
    >>2.จำนวนของดอกกุหลาบสีแดงจะบอกให้คุณรู้ว่า
    >>คุณเป็นผู้ให้มากเท่าไหร่ในความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขา
    >>และจำนวนดอกกุหลาบสีขาวจะแสดงให้เห็นว่าคุณคาดหวังว่าจะได้กลับคืนมาเท่าไร
    >>เช่น ถ้าคุณเลือกกุหลาบสีแดง 18 ดอก กุหลาบขาว 2 ดอก แสดงว่าคุณเป็นฝ่ายให้ 90
    >>เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะได้กลับคืนมาเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น
    >>
    >>3.ข้อนี้แสดงให้เห็นถึงทัศนคติของคุณที่มีต่อการจัดการปัญหาความสัมพันธ์
    >>ซึ่งถ้าคุณขอให้คนในครอบครัวไปตามเขา
    >>นั่นก็จะแสดงว่าคุณเป็นคนที่ชอบหลีกหนีปัญหา และหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายเอง
    >>แต่ถ้าคุณลุยไปหาเขาเอง แสดงว่าคุณเป็นคนตรง และชอบแก้ปัญหาให้จบเป็นเรื่องๆ
    >>ไป ไม่ทิ้งไว้คาราคาซัง
    >>
    >>4.จุดที่คุณวางดอกกุหลาบไว้ จะบอกให้รู้ว่าคุณอยากพบคนรักบ่อยแค่ไหน
    >>โดยถ้าคุณวางไว้บนเตียงแสดงว่าคุณอยากจะเจอเขาบ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
    >>แต่ถ้าคุณวางไว้ที่ขอบหน้าต่างนั่นก็หมายความว่าคุณไม่ได้อยากที่จะเจอเขาตลอดเวลา
    >>
    >>5.การที่คุณอยากจะเจอเขาในอิริยาบถหนึ่ง
    >>นั่นก็จะแสดงให้เห็นถึงทัศนคติของคุณที่มีต่อบุคลิกของคนรักของคุณ
    >>โดยถ้าคุณอยากเจอเขาในเวลาที่เขาหลับ แสดงว่าคุณรักเขาอย่างที่เขาเป็น
    >>แต่ถ้าคุณอยากพบเขาในเวลาที่เขาตื่น
    >>แสดงว่าคุณอยากจะให้เขาเปลี่ยนในสิ่งที่คุณต้องการ
    >>
    >>6.ถนนที่คุณเลือกใช้เดินทางกลับบ้าน
    >>จะบอกให้คุณรู้ว่าคุณตั้งใจจะอยู่กับความสัมพันธ์นี้นานเท่าใด
    >>โดยถ้าคุณเลือกถนนสายที่สั้น แสดงว่าคุณเป็นคนรักง่ายหน่ายเร็ว
    >>แต่ถ้าคุณเลือกเดินทางไกล ก็หมายความว่า
    >>คุณตั้งใจจะรักอย่างนี้ไปตราบนานเท่านาน

    เรื่องลับๆ เกี่ยวกับความรัก

     ความรักเริ่มจากความคิด
    เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก
    บางทีความรักก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลงความคิดอย่างที่เคยเป็น
    ต้องปรับปรุงในสิ่งที่เราเคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน

         ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา
    คุณไม่สามารถรักใครได้หรอกถ้าคุณไม่รู้สึกเชื่อมั่นเป็นอันดับแรก
    และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น นั่นก็คือตัวคุณเอง

         ความรักคือการให้
    ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรักสิ่งที่คุณต้องทำก็คือรู้จักให้ด้วย
    ยิ่งให้คุณก็จะยิ่งได้รับ สูตรลับของความสุข
    และทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอาไว้เสมอ
    ก็คืออย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง
    แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า

         ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่
    อยากได้รักแท้ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้ซะก่อน
    การจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา . . .
    แต่อยู่ที่ว่าต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันรึเปล่า
    หากจะรักใครอย่างจริงใจคุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็น
    มิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุกๆ วันนั่นเอง

         การสัมผัสกันจะช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น
    เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครมาโอบใหล่หรือกอดคุณ
    การสัมผัสกันจึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลัง
    ช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วย
    น่าแปลกที่มันสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ . . .
    และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาลงอย่างได้ผล

         อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย
              ถ้าคุณรักใครจงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้าง
              คุณเองก็รู้สึกอึดอัดใช่มั้ย ถ้าหากมีใครมาล่ามโซ่คุณ
              จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดีมาก่อน
              ปลดปล่อยความกลัวภายในใจให้ความยุติธรรม ลดทิฐิ และเงื่อนไขต่างๆซะบ้าง
              บอกตัวเองว่า แต่นี้ไปเราจะทิ้งความกลัวทั้งหมด
              และอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวเราอีก นับจากวันนี้ไปเราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะที

         ชีวิตจะเปลี่ยนไป เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้างและซื่อสัตย์ต่อกัน
              คุยกับคนที่คุณรัก อย่ากลัวที่จะพูดคำวิเศษ 3 คำว่า “ฉันรักเธอ”
              อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านเลยไป